วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แปลกตา คลื่นหมอกสึนามิที่ชายหาดฟลอริด้า

ปรากฎการณ์แปลกตา คลื่นหมอกสึนามิที่ชายหาดฟลอริด้า









ตระการตา! ภาพความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ คลื่นหมอกสึนามิ กำลังซัดเข้าหาชายหาดในรัฐฟลอริด้า

เว็บไซต์เดลิเมล ของอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่า ได้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าทึ่งเป็น "คลื่นหมอกสึนามิ" โถมเข้าใส่ตึกบริเวณริมชายหาดปานามา ซิตี้ ในรัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างความตกตะลึงในความสวยงามของมันให้กับคนขับเฮลิคอปเตอร์ที่บังเอิญขับผ่านไป เขาจึงได้เก็บภาพความประทับใจนั้นเอามาแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ชื่นชมลงในเฟซบุ๊กของเขา ในชื่อบัญชี "Panhandle Helicopter"



โดยภาพคลื่นยักษ์นี้ ถูกถ่ายด้วยฝีมือของ นายเจอาร์ ฮอตต์ คนขับเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งขณะนั้นเขากำลังขับบินอยู่เหนือชายฝั่ง ทันใดนั้นเขาก็เห็นคลื่นหมอกนี้กำลังถาโถมเข้ามา จึงรีบบินฉีกตัวหนีออกไปเพื่อหามุมดี ๆ ที่จะเก็บภาพเอาไว้ และเมื่อหามุมที่ต้องการได้แล้ว เขาจึงรีบนำกล้องออกมาถ่ายเอาไว้อย่างไม่รีรอ เพราะกลัวว่าหมอกจะหายไปเสียก่อน และเพียงไม่กี่นาทีที่เขานำเครื่องลงที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ คลื่นก็ลงมาปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งภาพถ่ายที่ปรากฏออกมาแสดงให้เห็นถึงคลื่นหมอกที่สูงเหนือตึกลอยซัดเข้าไปเป็นทิวแถวอย่างสวยงาม และเขายืนยันว่าภาพถ่ายไม่ได้มีการตัดต่อแม้แต่นิดเดียว



ทางด้าน ดร.เกรค ฟอร์บส จากเว็บไซต์ Weather.com กล่าวถึงปรากฏการณ์ครั้งนี้ว่า เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่อบอุ่น บวกกับความชื้นในอากาศมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากจึงทำให้เกิดหมอก แล้วเมื่อโดนแรงลมพัดเข้ามาจึงทำให้เกิดการกระจายตัวเป็นลักษณะลูกคลื่นพัดเข้าหาชายฝั่งตามภาพที่ปรากฏ

ดร.เกรค กล่าวเสริมอีกว่า ความชื้นในอากาศกับสภาพอากาศนั้นจะต้องรวมตัวกันได้อย่างพอดิบพอดีเท่านั้น ถึงจะเกิดคลื่นหมอกได้ ดังนั้นมันจึงอธิบายได้ว่าทำไมเราถึงไม่ได้เห็นภาพแบบนี้ในทุก ๆ วัน

ที่มา
http://hilight.kapook.com/view/67444

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทอร์นาโด (tornado)

ทอร์นาโด (tornado อ่านว่า ทอร์เนโด)
เป็นพายุที่เกิดจากการหมุนของอากาศ สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายลักษณะ โดยลักษณะที่พบได้บ่อยสุดคือลักษณะรูปทรงกรวย โดยส่วนปลายโคนชี้ลงที่พื้น ทอร์นาโดสามารถก่อพลังทำลายได้สูง โดยความเร็วลมสามารถสูงมากถึง 500 กม/ชม (300 ไมล์/ชม) ซึ่งก่อให้เกิดการพังทลายของสิ่งก่อสร้างได้

ทอร์นาโดเกิดขึ้นจากลมร้อนและลมเย็นมาเจอกันและก่อตัวให้เกิดลมหมุน และเมื่อลมหมุนในระดับที่ไม่คงที่ ทำให้ปลายข้างหนึ่งลงมาสัมผัสที่พื้นก่อให้เกิดทอร์นาโดได้ โดยทอร์นาโดสามารถส่วนใหญ่เกิดในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่สามารถก่อให้เกิดลมร้อนและไอเย็นปะทะกันบริเวณทุ่งราบ



ทอร์นาโดแบ่งออกเป็นรายระดับตามกำลังทำลายและความเร็วลม โดยแบ่งเป็น F0 - F5 โดย F0 เป็นทอร์นาโดที่อ่อนกำลังสุด และ F5 เป็นทอร์นาโดที่กำลังแรงสุด

การจำแนกระดับของทอร์นาโด จะยึดตาม Fujita scale ซึ่งกำหนดให้พายุในแต่ละระดับมีความแรงดังนี้

พายุ F0 ความเร็วลม 64-116 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F1 ความเร็วลม 117-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F2 ความเร็วลม 181-253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F3 ความเร็วลม 254-332 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F4 ความเร็วลม 333-418 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุ F5 ความเร็วลม 419-512 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จากการสำรวจเก็บสถิติ พบว่า ทุกๆ การเกิดพายุทอร์นาโด 1,000 ครั้ง จะเป็นระดับ F0 จำนวนประมาณ 389 ครั้ง , ระดับ F1 จำนวนประมาณ 356 ครั้ง , ระดับ F2 จำนวนประมาณ 194 ครั้ง , ระดับ F3 จำนวนประมาณ 49 ครั้ง , ระดับ F4 จำนวนประมาณ 11 ครั้ง และระดับ F5 จำนวนประมาณ 1 ครั้ง

ความแรงของพายุ ส่งผลกับขนาด และการสลายตัวของพายุด้วย พายุระดับ F0-F1 อาจมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 100 เมตร และเคลื่อนตัวไปได้ไม่กี่กิโลเมตรก็สลายตัวไป ในขณะที่พายุ F5 อาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่า 1,600 เมตร และเคลื่อนตัวไปได้มากกว่า 100 กิโลเมตรก่อนจะสลายตัว ซึ่งการที่พายุที่ระดับสูงกว่าจะทำให้พายุมีขนาดใหญ่และสลายตัวช้าด้วย

ในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 1925 ในสหรัฐอเมริกา เกิดพายุทอร์นาโดขึ้นพร้อมกัน 9 ลูก เป็น F2 จำนวน 2 ลูก , F3 จำนวน 4 ลูก , F4 จำนวน 2 ลูก และ F5 จำนวน 1 ลูก เคลื่อนตัวถล่มมลรัฐมิสซูรี่ , อิลลินอยส์ , อินเดียนา , เคนทักกี , เทนเนสซี , อลาบามา และ มลรัฐแคนซัส มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 747 คน ซึ่งในจำนวนนั้น เฉพาะพายุ F5 เพียงลูกเดียวนั้น คร่าชีวิตผู้คนไป 695 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากพายุลูกอื่นๆ อีก 8 ลูก รวมกัน ได้เพียง 50 กว่าคนเท่านั้น ทำให้พายุ F5 ลูกนั้นที่เกิดขึ้นเป็นพายุทอร์นาโดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ความเสียหายทางชีวิตและทรัพย์สินมีมูลค่าเทียบเป็นปัจจุบันได้มากกว่า 1862 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สาเหตุการเกิด

เนื่องมาจากการเกิดกลุ่มของอากาศที่เย็นกว่าลอยผ่านเข้าไปใต้กลุ่มของอากาศที่ ่อบอุ่นกว่าจึงทำให้เกิด การถ่ายเทอากาศหมุนเวียนกันขึ้นในเขตจำกัด และเป็นไปได้ โดยรวดเร็วใกล้ ๆ จุดศูนย์กลางจะมีกระแสลม หมุนเร็วที่สุดจนทำให้เกิดลำอากาศเป็น เกลียวตั้งสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ถัดออกมาทางขอบนอกอัตราเร็วของการ หมุนค่อยๆ ช้า ลง แต่กระนั้นก็ตามที่ขอบนอกของมันก็มีความแรงพอที่จะพัดเอาบ้านทั้งหลังให้พังไป ได้อย่าง ง่ายดาย


ทอร์นาโดเกิดขึ้นจากลมร้อนและลมเย็นมาเจอกันและก่อตัวให้เกิดลมหมุน และเมื่อ ลมหมุนในระดับที่ไม่คงที่ ทำให้ปลายข้างหนึ่งลงมาสัมผัสที่พื้นก่อให้เกิดทอร์นาโดได้โดยทอร์นาโดสามารถส่วนใหญ่เกิดในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ สามารถก่อให้เกิดลมร้อนและไอเย็นปะทะกันบริเวณทุ่งราบ